สถาบันอาศรมศิลป์ ขอร่วมไว้อาลัยแด่การจากไปของ กวีแผ่นดิน ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ โดยขอนำบทความจากหนังสือ"คำครู" หน้า๑๘-๑๙, สัมภาษณ์ ณ วันที่ ๒๖ / ๐๕ / ๕๐ มาให้ทุกท่านได้ระลึกถึงคำสอนของท่านอังคารให้ฐานะครูทางจิตวิญญาณ ที่ทำให้เราภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็น "ศิษย์มีครู" ของท่านตลอดไป

“คนเราต้องเกิดมาให้สมกับที่ชาตินี้ได้เกิดเป็นมนุษย์ ถ้าเกิดมาแล้วไม่รู้การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือไม่รู้หลักธรรม ไม่รู้ผลของกรรม ถือเป็นโมฆะบุรุษ เราเป็นปุถุชน ปุถุ แปลว่า หนา หนาด้วยกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ เราต้องทำให้บางลง การศึกษาเป็นการเจียระไนความเป็นมนุษย์ คนเป็นครูบาอาจารย์จึงต้องมีใจยิ่งใหญ่ดั่งพระโพธิสัตว์และต้องรู้จริง เพราะการรู้จริงถือเป็นมงคลของชีวิต การรู้จริงของครูจะทำให้ศิษย์เคารพเอง ถ้าเราเป็นเสือไปที่ไหนแมวก็รู้ว่าเป็นเสือไม่ต้องคำราม”
“เวลาเรามองคนอื่นให้มองที่ดี ให้เป็นเป็นเยี่ยงอย่าง แต่เวลาเรามองตนเอง ให้รู้ว่าเราบกพร่องตรงไหนและจะแก้ไขได้อย่างไร หากไม่ทำเช่นนี้เราจะไม่เจริญ เราเกิดเป็นมนุษย์แล้ว “ต้องปรากฏ” ให้มีคุณสมบัติที่เมื่อสังคมรู้จักแล้ว สามารถมองเราเป็นเยี่ยงอย่างได้ และมนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ นกโกกิลาตื่นเช้าทุกวันเพื่อทำหน้าที่แก่โลก เราเป็นมนุษย์ไม่ทำหน้าที่ก็อายนก”
“มนุษย์ควรมีมโนภาพที่กว้าง ถ้าเราไม่เป็นทางช้างเผือก ไฉนเลยจะอุ้มดวงดาวทั้งหมดไว้ได้ น้ำในกะลาสะท้อนดวงดาวได้ไม่กี่ดวง เราต้องเป็นท้องฟ้า มีสติปัญญาที่กว้างขวางอย่างไร้เส้นขอบฟ้า เราต้องรับความรู้ของผู้อื่นให้ได้มาก”
“สำหรับผู้เรียน เราต้องเรียนรู้ให้รอบด้านเพื่อจะได้เป็นพหูสูต หลักของการเรียนคือหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ และเราทุกคนต้องมีครู ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเกิดมาแล้ววิเศษ ไม่มีใครที่รู้หมดแล้ว ยกเว้นพระพุทธเจ้า เมื่อเจอครูดีต้องน้อมหา ต้องเรียนให้แตกฉาน คิดต่อยอดจากครู เราต้อง “กินความรู้” จากครูบาอาจารย์เข้าไปก่อน ความรู้จะกลายเป็นพลังแก่เรา เราต้องจดจำคำครูและคิดต่อยอด เป็นการแตกหน่อ เป็นการสร้างนฤมิตกรรม เหมือนคำครูเป็นนั่งร้านเพื่อการสร้างเจดีย์ต่อไป”
http://arsomsilp.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=114&Itemid=102
ลิงค์ความหมายของสัญลักษณ์สถาบันอาศรมศิลป์ ที่ได้รับความเมตตาออกแบบให้โดย ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์